วิธีการเก็บน้ำด้วย โคกหนองนาโมเดล

น้ำฝนที่ตกจากฟ้าอาจดูไร้ค่าและสร้างปัญหาในยามที่มีมากเกินไปแต่หากฝนทิ้งช่วงน้ำเพียงน้อยนิดก็มีคุณค่ามหาศาลความ ไม่สมดุลนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเก็บน้ำการเก็บน้ำ การเก็บน้ำในพื้นที่ โคกหนองนา มี 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คือเก็บในหนองง่ายที่สุดเลยการเก็บให้น้องคือการที่เราขุดดินให้กลายเป็นหนองแล้วดินน้ำมันเป็นโคก น้ำฝนตกมาเท่าไหร่มันก็จะเก็บอยู่ในลักษณะตรงนั้น การขุดหนองเนี่ยจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง การขุดหนองก็ต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ สมมติ ว่ามีพื้นที่อยู่ 1 ไร่ 1 ไร่เท่ากับ 1600 ตารางเมตร เราก็ต้องไปดูว่าน้ำฝนในพื้นที่นั้นมันตกกี่มิลลิเมตรต่อปีแล้วก็มาคำนวณว่าในปริมาณทั้งปีนี้เราจะเก็บน้ำอย่างไรให้ได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์หรือถ้าเราอยากได้ 120% ก็คือไปเก็บจากที่คนอื่นคือที่มันไม่ได้ตกเลยพี่เรานี่แหละแต่ว่าน้ำมันหลากผ่านมาเราก็หาวิธีผันน้ำด้วยการกั้นฝายชะลอน้ำ กั้นยกเหมืองลำเหมืองผันเข้ามาเติมในหนองเราให้ได้นั่นคือหลักๆเพราะฉะนั้นน้ำในหนองคือเก็บน้ำปริมาณที่เยอะ วิธีการเก็บน้ำด้วย โคกหนองนาโมเดล การคำนวณปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ต่อปีทำได้ดังนี้ สิ่งต้องรู้ก่อนคือขนาดพื้นที่และปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ยกตัวอย่างพื้นที่ 1 ไร่หรือก็คือ 1600 ตารางเมตรมีปริมาณฝนตกในพื้นที่ 1, 200 มิลลิเมตรต่อปีดังนั้นใน 1 ปีมีฝนตกในพื้นที่ 1 ไร่นี้ทั้งหมด 1600 ตารางเมตร x 1200 mm = 1920 ลูกบาศก์เมตร การขุดหนองในต้องคำนึงถึงเรื่องการระเหยของน้ำเพราะว่าการระเหยของน้ำในแต่ละวันจะระเหยไปเฉลี่ยวันละ 1 ซม. ถ้าฝนไม่ตกสัก 300 วันนั้นจะหายไป 3 …

การออกแบบโคกหนองนา หลักการออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม

การออกแบบโคกหนองนา หลักการออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม ต่อเนื่องจากโพสต์การพูดถึงทำไมถึงต้องเป็นโคกหนองนา ทำไมต้องทฤษฎีใหม่ เกษตรกร สามารถนำมาใช้ได้จริงหรือเปล่า สำหรับบทความนี้ จะเป็นเรื่องการออกแบบ เผื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรที่กำลังสนใจ หลุมขนมครกมันก็คือเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน ถ้าจะให้ผมนิยามเนี่ย เรามาใช้คำให้เป็นภาษาชาวบ้านแค่นั้นเอง 1 โคกหนองนาโมเดล ถือว่าเป็น 1 หลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ เปรียบเสมือนถาดขนมครก ถาด 1 ถาดถ้าไม่มีหลุมเลยเนี่ยมันก็จะเป็นฐานเรียบๆที่น้ำหลากมาก็ไหลผ่านหมดการทำหลุมขนมครกคือ โคกหนองนาเป็นหลุมเนี่ย อยู่ในถาดที่เป็นจุดๆให้เต็มถาด เพื่อให้แทนที่น้ำจะไหลผ่านทั้งหมดทีเดียวน้ำจะได้ขังอยู่ในหลุมขนมครกเพราะว่าน้ำฝนทั้งหมดที่ตกมาเนี่ยแทนที่มันจะทะลักล้นมาให้เกิดน้ำท่วมแบบนี้โดนเก็บไว้ก่อนละ เช่นที่ น่าน ถ้าเราไปทำอย่างนี้ทุกภูเขาที่มันกำลังหัวโล้นอยู่ ไปทำทั้งระบบเก็บน้ำบนภูเขามีปลูกป่าเพิ่มช่วยเก็บในดิน คือขุดหนอง บนเขาเขา ทำนาบนเขา ที่มันเป็นนาขั้นบันไดมันก็ชะลอน้ำให้ลากลงมาเพราะว่าระบบน้ำฝนตกมามันจะโดนชลออยู่ในพื้นที่ก่อนไม่ใช่ตกปุ๊บหลากดิ่งมาเลยเพราะมันดึงมารวมกันหมดมันก็เลยกลายเป็นน้ำป่า แต่ถ้าอย่างนี้มันจะชะลออยู่เป็นจุดๆหลุมขนมครก มันช่วยชะลอน้ำท่วมแล้วมันก็ยังมีน้ำเก็บในที่ดิน แล้วใช้ทั้งปีได้เพราะหลักการออกแบบของเราคือเราต้องคำนวณว่าน้ำที่ต้องใช้ใน 1 ปีเนี่ยมันใช้น้ำกี่ลูกบาศก์เมตรแล้วเราต้องเก็บน้ำให้ได้พอใช้ 1 ปีโดยที่ไม่ต้องรอน้ำจากระบบชลประทานต้องพึ่งตนเองเรื่องน้ำให้ได้ 100% หรือ 120% เพื่อจะเผื่อชาวบ้านที่เขาไม่มีพอ โคกหนองนาโมเดล หลักการออกแบบพื้นที่ด้วยภูมิสังคม หลักสำคัญที่สุดในการออกแบบพื้นที่จริงๆเนี่ยเราใช้คำว่าการออกแบบเชิงภูมิศาสตร์สังคมไทยคำว่าภูมิสังคมไทยเป็นคำที่ในหลวงพระราชทานให้ และทางมหาลัยแม่โจ้เอาคำนี้ไปเปิดเป็นหลักสูตรชื่อว่าหลักสูตรการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน ได้ไปเรียนภาคทฤษฎีมาจากหลักสูตรนี้ พอเราเรียนภาคทฤษฎีเราก็พอเชื่อมโยงความเข้าใจของสิ่งที่พระองค์ท่านทรงคิดและปรัชญาของท่านว่าพระองค์ท่าน อยากจะทำอย่างไร สำคัญจริงๆเนี่ยปัจจัยคือเรื่องของคำว่า ภูมิสังคมนะครับ ภูมิคือกายภาพ สภาพดินน้ำลมไฟสังคมคือวัฒนธรรมความเชื่อภูมิปัญญาดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่นั้น เพราะฉะนั้น ปัจจัย …

โคกหนองนาโมเดล คืออะไร

บรรดาศาตร์ต่างๆในโลกนี้ส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากปัญญาชนเกิดจากพระหรือเกิดจากเกษตรกรเกิดน้อยนักที่จะเกิดจากคนที่เป็นพระราชา แต่บ้านเราเนี่ยโชคดีเรามีพระราชาที่ออกจากทรงทำแล้วนะยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ ยังเป็นนักสร้างนวัตกรรม ยังเป็นนักเกษตรเป็นผู้เชี่ยวชาญมากมาย มีพระมหากษัตริย์องค์เดียวเท่านั้นในโลกที่ทำสิ่งเหล่านี้ได้มากมายขนาดนี้ ศาตร์ก็คือ องค์ความรู้ที่ถูกพัฒนาถูกทดลองมาแล้วอย่างเป็นระบบเรียกว่า Sci หรือศาตร์ ทดลองทำมา 4 พันกว่าแห่ง ก็เรียกว่าทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีเก่า เก่าก็คือฝนตกลงมาสูบน้ำจากคลองชลประทาน ฝนตกลงมา เก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปล่อยน้ำในคลองชลประทานหรือปล่อยมาจากท่อสูบใส่นาทำนาเสร็จแล้วก็น้ำหมดก็ไปเอาจากคลองชลประทานมาเติมอย่างนี้ ทฤษฎีเก่า ส่วน ทฤษฎีใหม่นั้นนอกจากเขื่อนที่สร้างไว้แล้วควรสร้างเขื่อนขนาดกลาง เช่น เขื่อนป่าสักเนี่ยมีอยู่แล้วท่านก็สร้างไว้ให้แล้วสร้างเพิ่มอ่างห้วยหินขาว จากห้วยหินขาวแนะนำต่อมาที่ชาวบ้านชาวบ้านแทนที่จะรอจากห้วยหินขาวจากอ่างเก็บน้ำป่าสักก็มาทำอ่างของตัวเองไว้ในบ้านใครบ้านมัน ก็จะมีหนองน้ำ มีสระน้ำ มีอ่างน้ำ มีฝาย และก็แล้วแต่ ที่จะเก็บน้ำมันอยู่ที่ตัวเอง และน้ำ นี่คำนวณแล้ว วิธีการเหล่านี้คือที่ใหญ่กว่าเก็บที่ขนาดกลางเก่าเก็บที่บ้านใครบ้านมันก็เก็บรวม 3 ระดับนี้มันจะเก็บน้ำได้มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า ชาวบ้านก็ยอมเสียที่นาของตัวเองลงไปสัก 20-30 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีน้ำไว้ประจำบ้านตัวเอง ระบบจัดการแบบนี้ ทรงเรียกมันว่าทฤษฎีใหม่ แล้วก็คุยกันประชุมกันในเครือข่ายชาวบ้านชาวบ้านเห็นป่ะมันต้องใช้ภาษาชาวบ้าน เอ้าขุดหนองไง ไอ้ก็ทำโคกไง โกโก้ก็ปลูกป่าไง ตรงไหนก็มีคลองไส้ไก่ไง ตรงไหนมันระดับมันก็กั้นฝายไง ปั้นคันนาให้มันใหญ่เหมือนคนโบราณ บนหัวคันนาคนโบราณปลูกพริก ปลูกผัก ปลูกกล้วย ปลูกไอ้โน่นไอ้นี่ไว้กินแล้วบนคันนามันสูงใหญ่น้ำหลากมามันก็ไม่ท่วม ไอ้ต้นไม้ปลูกบนคันนามันก็ไม่ตาย …