โรงเรือนนกกระทา และอุปกรณ์ในการเลี้ยง

โรงเรือนนกกระทา ต้องมีอากาศเย็นสบาย สภาพภายในโรงเรือนไม่ทึบและไม่สว่างเกินไป ลักษณะของโรงเรือนจะสร้างเป็นหน้าจั่ว ชั้นเดียวหรือ สองชั้นก็ได้ แต่โรงเรือนหน้าจั่วสองชั้นจะดีกว่า เพราะสามารถระบายอากาศและแสงสว่างดีกว่า พื้นโรงเรือนควรเป็นซีเมนต์ เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความสะอาด ส่วนหลังคามักมุงด้วยสังกะสี เพดานโรงเรือนควรสูงเพียงพอ เพื่อประหยัดพื้นที่สามารถซ้อนกรงนกได้หลายชั้น และเป็นการช่วยระบายอากาศได้ดี บางรายมุงหลังคาโรงเรือนด้วยแฝก ซึ่งช่วยให้อากาศเย็นสบายขึ้น แต่อายุการใช้งานประมาณ 3 ปี ก็ต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่ สำหรับผนังด้านข้างใช้ตาข่ายล้อม เพื่อป้องกันศัตรูต่างๆ ของนกไม่ให้เข้ามาได้ ภายในโรงเรือน ควรมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้นกกินอาหาร และน้ำได้ตลอดเวลา โดยในเวลากลางคืน ผู้เลี้ยงจะเปิดไฟไว้ตลอด เพื่อช่วยให้นกกระทา มีการให้ไข่ดีขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงเรือน ขึ้นอยู่กับขนาดโรงเรือนและราคาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างขณะนั้น เงินลงทุนก่อสร้างโรงเรือน ในระยะ 1-2 ปีนี้ มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5000-100000 บาท จำนวนโรงเรือน 1-3หลัง อายุการใช้งานโรงเรือน ตั้งแต่ 10-30 ปี พื้นที่โรงเรือนทั้งหมด ตั้งแต่ 10 -135 ตารางวา โดยที่ดินที่ใช้ก่อสร้างโรงเรือน เป็นของตัวเอง

โรงเรือนนกกระทา

กรงนกกระทามีหลายลักษณะ ซึ่งใช้แตกต่างกันไปตามอายุของนก  ดังนี้

(1) กรงกกลูกนก ขนาดของกรงกกมีหลายขนาด เช่น

– ขนาด 100 ซม. x 200 ซม. x 50 ซม. (รวมขากรง) ซ้อนกัน 4 ชั้น รวมความสูงเท่ากับ 200 ซม. 1 กรง

กั้นแบ่งเป็น 2 ห้อง จุนกได้ห้องละ 700 ตัว

– ขนาด 150 ซม. x 200 ซม. X 100 ซม. จุนกได้ 770 ตัว พื้นกรงใช้ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมขนาด 1/4 x 1/4 นิ้ว

ด้านข้างเป็นลวดตาข่าย ขนาด 3/4นิ้ว

ภายในกรงต้องใช้กระสอบหรือผ้าหยาบปูพื้นเพื่อป้องกันลูกนกไม่ให้ขาหักเพราะติดลวดตาข่าย พื้นกรงและกรณีที่วางกรงเรียงซ้อนกันหลายชั้นต้องมีแผ่นไม้หรือแผ่นเซลโลกรีตวางข้างใต้ในแต่ละชั้นของกรงเพื่อรองรับมูลนก และควรทำการกวาดขี้นกทุกวัน เพื่อรักษาความสะอาด

(2) กรงนกใหญ่ ลักษณะกรงคล้ายกรงลูกนกแต่มีพื้นเอียงลาดออกมานอกกรง สำหรับให้ไข่กลิ้งออกมา รางน้ำและรางอาหารแขวนอยู่ภายนอกรางซึ่งด้านข้างเป็นลวดตาข่าย ขนาด 1×2 นิ้ว สำหรับให้นกลอดหัวอออกมากินน้ำและอาหาร กรงนกใหญ่อาจจะเลี้ยงแบบขังเดี่ยว หรือขังฝูง กรงละ 6 – 25 ตัวก็ได้ ส่วนความสูงของหลังกรง ควรจะให้สูงพอดีกับความสูงของนกที่จะยืนยืดตัว ถ้าสูงมากเกินไปนกมักกระโดด เมื่อเวลาตกใจ ทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

ภาชนะให้น้ำ นกกระทาจะกินน้ำและอาหารตลอดเวลา ที่ให้น้ำอาจเป็นแบบรางพลาสติกรูปตัวยูหรือแบบขวดคว่ำก็ได้ และต้องมีที่ป้องกันนกตกน้ำหรือลงไปย่ำในรางอาหาร ลูกนกอายุ 2 – 3 วันแรกอาจจมน้ำตาย ควรใช้ลวดตาข่าย ขนาด 1/4×1/4นิ้ว กันที่ปากถังน้ำ ป้องกันนกแช่น้ำ หรือเติมก้อนกรวดลงในภาชนะให้น้ำ ในระยะแรกๆควรมีไวตามินหรือยาปฏิชีวนะ ผสมในน้ำด้วย จะทำให้ลูกนกแข็งแรงและโตเร็วยิ่งขึ้น

ภาชนะให้อาหาร ในช่วง 2-3 วันแรก จะวางภาชนะบรรจุน้ำและอาหารอยู่ในกรง เมื่ออายุหลัง 4 สัปดาห์ จะใช้รางอาหารขนาดกว้าง 5 ซม.ยาว 40 – 50 ซม.สูง 5 ซม.ชนิดที่มีขอบปากรางอาหารงุ้มเข้าด้านในประมาณ 1/4นิ้วเป็นที่ป้องกันอาหารถูกคุ้ยหกหรืออาจใช้ลวดตาข่ายสี่เหลี่ยมขนาด 1/2×1/2นิ้ว วางบนอาหาร รางอาหารน้ำจะใช้แขวนไว้ด้านหน้าของกรงนก

ตู้ฟักไข่ ภายในตู้ฟังไข่ประกอบด้วย ถาดฟักไข่วางซ้อนกันหลายชั้นหลอดไฟขนาด 100 แรงเทียน 4 ดวง ขันใส่น้ำ 2 ใบ วางอยู่ที่พื้นและมีพัดลม 1 ตัว อุณหภูมิภายในตู้ฟักไข่ตั้งไว้ที่อุณหภูมิ 97 žF  – 100 žFความชื้นสัมพัทธ์ไม่ต่ำกว่า 70 % โดยมีเทอร์โมมิเตอร์ วัดอุณหภูมิตั้งไว้ด้วย สำหรับพัดลมเป็นตัวคอยเป่าความร้อนและความชื้นให้หมุนเวียนไปทั้งตู้ มีเวปเปอร์เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินความต้องการ ในการรักษาความชื้นที่ดีควรใส่ทรายลงไปในพื้นขันด้วย เพื่อให้สังเกตได้ชัดเจนว่า น้ำแห้งหรือยัง เพราะถ้าทรายแห้งสนิทแสดงว่าน้ำแห้งแล้วให้เติมน้ำลงไปอีก

เครื่องตัดปากนก เพื่อป้องกันไม่ให้นกจิกกันและกินอาหารได้สะดวกขึ้น ส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ได้แก่ เหล็ก หรือหัวแร้งเผาไฟจี้ปาก

อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่

– เครื่องชั่งน้ำหนัก

– รถเข็นอาหาร

– สายยาง

– ถังใส่อาหาร และถังน้ำ

– ตะกร้าเก็บไข่

– ลังไม้สำหรับบรรจุไข่ส่งโรงงาน

– แปรงขัด ไม้กวาด พลั่ว

– สวิงจับนำ กรงย้ายนก กรรไกร เครื่องพ่นยา

– อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซม เช่น หลอดไฟฟ้า ลวดตาข่าย