โรคไก่ไข่

โรคไก่ไข่ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญในการเลี้ยง ดังนั้น การป้องกัน การรักษาเบื้องต้น ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ จะได้สังเกตได้ว่า แต่ละโรคนั้น มีลักษณะอาการอย่างไร จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

โรคไก่ไข่

โรคนิวคาสเซิลในไก่ไข่

สาเหตุ เกิดจากพารามิกโซไวรัส แต่ละสเตรนของไวรัสทำให้เกิดโรค มีความรุนแรงต่างๆกัน

การแพร่โรค เชื้อไวรัสจะมีอยู่ในน้ำมูก น้ำตา และอุจจาระของสัตว์ป่วย และจะมีเชื้อปนเปื้อนไปกับฝุ่นละออง
จึงทำให้เกิดการระบาดได้รวดเร็วมาก อัตราการระบาดในฝูงมีถึง 90 % และอัตราการตายมีถึง 100%

อาการ ชนิดที่มีพิษรุนแรงจะทำให้เกิดโรคทันทีทันใด ไก่เริ่ม
ตายโดยยังไม่มีอาการใดๆ มีแต่อาการซึม อ่อนเพลีย ไม่กินอาหาร และถ่ายเหลว บางตัวจะมีอาการสั่น เป็นอัมพาตที่ขาและปีก ขากระตุกเป็นระยะๆ มีอาการคอบิดไปข้างหลัง ไก่ที่ป่วยเป็นโรคในระบบหายใจ จะมีอาการหายใจลำบาก อ้าปากหายใจ น้ำมูก น้ำตาไหล ร่วมกับอาการทางประสาทชนิดที่มีพิษรุนแรงปานกลาง จะมีอาการทางระบบหายใจ ไก่อายุน้อยจะมีอาการทางประสาทร่วมด้วยและจะมีอาการรุนแรงกว่าไก่โต ชนิดที่มีพิษไม่รุนแรง จะไม่แสดงอาการ หรือมีอาการทางระบบหายใจเล็กน้อยและจะหายไปเอง

พยาธิสภาพ จะพบจุดเลือดออกได้ทั่วไป ในอวัยวะระบบย่อยอาหารเมื่อป่วยนานขึ้นจะพบแผ่นเนื้อตาย บนผิว
เยื่อชุ่มในลำไส้ ในอวัยวะหายใจ อวัยวะสืบพันธุ์ และสมองก็จะพบจุดเลือดออกได้ทั่วไป

การป้องกัน

1.จัดการสุขาภิบาลในเล้าให้สะอาด ป้องกันพาหะนำโรคต่างๆ เช่น นกกระจอก , เป็ด และ
นกบางชนิด
2.ให้อาหารให้ครบตามความต้องการของสัตว์ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
3.ให้วิตามินเสริม เมื่อสัตว์เกิดความเครียดจากการทำวัคซีน หรือการเคลื่อนย้ายสัตว์
4.ให้วัคซีนนิวคาสเซิล การให้วัคซีนครั้งแรกช่วงอายุ 5 – 7 วัน ควรให้โดยวิธีหยอดจมูก หรือหยอด
ตา เพื่อให้ได้วัคซีนครบตามจำนวน การให้ครั้งที่ 2 อาจให้โดยวิธีละลายน้ำให้กิน ส่วนการให้ครั้ง
ที่ 3 ทำในช่วง 16 – 20 สัปดาห์ ควรให้โดยวิธีแทงปีก จะให้ความคุ้มโรคนานกว่า การใช้วัคซีน
เชื้อตายจะใช้ได้ดีในไก่โต ส่วนในไก่เล็กควรใช้วัคซีนเชื้อเป็นจะให้ความคุ้มโรคได้ดีกว่า

back to menu ↑

โรคหลอดลมอักเสบไก่ไข่

สาเหตุ เกิดจากโคโรน่าไวรัส

อาการ ไก่ป่วยจะไม่กินอาหารและน้ำ จะยืนหงอยซึม โซเซ แสดงอาการหนาวสั่น หายใจลำบาก น้ำมูกน้ำตาไหล และจะมีอาการท้องเสียตามมาในระยะท้ายของโรคในไก่ไข่จะเกิดไข่ลด ไข่จะมีลักษณะเปลือกขรุขระ บาง แตกง่าย หรือไข่ไม่มีเปลือก

การติดต่อ ทางอากาศ โดยติดมากับฝุ่นละออง ติดมากับคน สัตว์ ยานพาหนะ ติดมากับอาหาร น้ำดื่ม ติดจากไก่ป่วยโดยตรง

พยาธิสภาพ จะพบลักษณะของตาอักเสบ ตาบวมแดง มีน้ำมูกคล้ายหนองติดในหลอดลม ปอด และในถุงลมไก่ที่ตายมักพบมีลักษณะไตบวมร่วมด้วย

การป้องกัน ต้องให้การสุขาภิบาลที่ถูกต้อง พร้อมใช้วัคซีนตามโปรแกรม ในเขตที่ไม่มีโรคระบาด อาจให้วัคซีน
โปรแกรม ในเขตที่ไม่มีโรคระบาด อาจให้วัคซีนรวมร่วมกับวัคซีนนิวคาสเซิล เมื่ออายุ 14 -17 วันและให้วัคซีนซ้ำทุก 2 – 4 เดือน แต่ในเขตที่มีการระบาดควรให้วัคซีนหลอดลมอักเสบเมืออายุ 3 -4 วัน และให้ซ้ำอีกเมื่ออายุ 14 -17 วัน และให้ซ้ำทุก 2 -4 เดือน

back to menu ↑

โรคไข่ลด

สาเหตุ เกิดจากอะดีโนไวรัส

การแพร่โรค พบเชื้อในอุจจาระของไก่ป่วย และในรังไข่ เชื้อจึงสามารถผ่านสู่ลูกไก่ได้

อาการ เปลือกไข่สีซีด ไข่ออกมาเปลือกนิ่ม บางใบไม่มีเปลือก ไก่บางตัวมีอาการถ่ายเหลวด้วย

พยาธิสภาพ พบท่อนำไข่มีการอักเสบเล็กน้อย ถ้ามีการติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่พบรอยโรค

การป้องกัน

-เลือกซื้อไก่ที่มาจากฟาร์มที่แข็งแรง และไม่เคยมีประวัติป่วย
-ไก่ที่มีอาการป่วยเกี่ยวกับการให้ไข่ ควรแยกเลี้ยงต่างหาก
– ไม่นำเป็ดมาเลี้ยงใกล้ฝูงไก่ เพราะเป็ดเป็นพาหะได้โดยไม่มีอาการ
– ใช้วัคซีนเชื้อตายฉีดในไก่อายุ 16 สัปดาห์ ขึ้นไป

back to menu ↑

โรคบิด

สาเหตุ เกิดจากโปรโตซัว ไอเมอเรีย ซึ่งมีหลายชนิด อยู่ทั้งในลำไส้เล็กและลำไส้ตัน

การแพร่โรค ไก่ได้รับไข่ของเชื้อบิด ซึ่งปนมากับอาหาร หรือสิ่งปูรองพื้น เชื้อจากไข่จะเข้ามาสู่ผนังลำไส้ เจริญ
ตัวอยู่ภายลำไส้จนได้ไข่ของเชื้อบิดออกมา และปล่อยออกไปกับอุจจาระต่อไป

อาการ ถ่ายอุจจาระเหลว จนถึงถ่ายเป็นเลือด ผอม ไม่กินอาหาร เนื่องจากลำไส้อักเสบ บางครั้งไก่มีเชื้ออยู่แต่ไม่แสดงอาการออกมาจนกว่าร่างกายอ่อนแอ

พยาธิสภาพ ไอเมอเรีย เนคาทรีก ทำให้ลำไส้ส่วนกลางและลำไส้ส่วนปลายเป็นโรคลำไส้บวมพอง มองจากผิวภายนอกลำไส้เห็นเป็นจุดสีขาวเล็กๆ กระจายทั่วไป ภายนลำไส้ผิวเยื่อชุ่มจะหลุดออกมาเป็นเนื้อตาย มีใยไฟบรินน้ำเมือกและเลือดจับกับเศษอาหาร ขูดผิดลำไส้ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบไข่ เชื้อบิด ไอเมอเรีย เทเนลล่า ทำให้ลำไส้ตันเป็นโรค มีเลือดออกในลำไส้ตัน ขูดเยื่อบุมาส่องกล้อง จะพบไข่เชื้อบิดมากมาย

การรักษา ใช้ยา แอมโพรเลี่ยม และซัลฟาควินนอกซาลีนผสมน้ำให้กิน ใช้ยาแอมพรอล 25 % ผสมในอาหาร

การป้องกัน ใช้ยาเช่นเดียวกันกับการรักษา แต่ลดความเข้มข้นลงจัดการสุขาภิบาลภายในเล้าให้ดี สิ่งปูรองพื้น
อย่าปล่อยให้แฉะ

back to menu ↑

โรค ซี อาร์ ดี

สาเหตุ เกิดจากเชื้อมัยโคพลาสมา กัลลเซปติคุ่ม

การติดต่อ ไก่แม่พันธุ์ป่วยถ่ายเชื้อโรคเข้าไปในไข่ไก่ ติดจากไก่ป่วยโดยตรง ตามปกติเชื้อมัยโคพลาสมา ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงนัก ถ้าไก่ไม่ได้รับเชื้อมากจริงๆ หรือไม่ได้อยู่ในภาวะเครียด ไก่มักไม่ติดโรคนี้ ความเครียดที่พบบ่อยๆ และมีผลกระทบให้ไก่อ่อนแอและเป็นโรค ซี อาร์ ดี ได้ง่ายเช่น
1.การกกลูกไก่ไม่ดี
2.การให้น้ำและอาหารไม่พอ
3.การแพ้วัคซีนป้องกันโรคต่างๆ
4.การถ่ายเทระบายอากาศในเล้าไม่ดี
5.การมีสารพิษในอาหารที่ให้ไก่กิน
6.โรคบางโรคที่ไปทำลายระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย
7.หน้าฝนไก่จะป่วยด้วยโรค ซี อาร์ ดี มากกว่าในฤดูอื่นๆ

อาการ มีหายใจเสียงครอกๆ อยู่ในหลอดลม มีน้ำมูกเหนียวอยู่ที่รูจมูก กินอาหารน้อย ขนยุ่ง อกแหลม
น้ำหนักไม่เพิ่ม ไข่ลด

พยาธิสภาพ พบถุงลมปอดขุ่นหนา มีสารสีเหลืองคล้ายเนยแข็งเป็นแผ่นติดอยู่ทั่วไป เยื่อบุช่องท้องอักเสบ
อวัยวะภายในติดกันแน่น เยื่อหุ้มตับอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบเรื้อรัง

การป้องกันและการรักษา ยาที่นิยมใช้และได้ผลดีทั้งการป้องกันและรักษาได้แก่ ไทโลซิน , ลินโคมัยซิน , ไทอามูลิน ซื้อลูกไก่จากฟาร์มแม่พันธุ์ที่มีการเอาใจใส่ หมั่นตรวจตราและให้ยาป้องการรักษา โรคซี อาร์ ดี ไว้เป็นระยะ ปรับปรุงการกกลูกไก่ให้ถูกต้อง จะช่วงให้ลูกไก่มีความแข็งแรงดีขึ้น

back to menu ↑

โรคหวัดหน้าบวม

สาเหตุ เกิดจากเชื้อฮิโมฟิลัส กัลลินารุม

การติดต่อ จะมีเชื้ออยู่ในเสมหะ น้ำมูกและน้ำตาของไก่ป่วย เชื้อจะปนเปื้อนไปในน้ำและอาหาร หรือติดไป ฝุ่นละอองภายในโรงเรียน

อาการ ไก่จะจาม มีน้ำมูลใสเหนียว น้ำมูกเหนียวข้นและขุ่น ในที่สุดเป็นก้อนหนองแข็งสีเหลือง หน้าบวม ตาบวม บางตัวเหนียงใต้คอจะบวมด้วย อัตราการไข่ลดลงมาก

พยาธิสภาพ มีการอักเสบของเยื่อบุช่องจมูก ไซนัส พบการอักเสบของบริเวณใต้หนังที่หน้า เหนียง และเยื่อตาขาว อาจจะพบลักษณะปวดบวม และถุงลมอักเสบ

การรักษา ยาที่ใช้รักษาได้ผลดี ได้แก่ ซัลฟาไดเมททอกซิน, ซัลฟาไทอาโซล สเตรปโตมัยซิน และอีริโทรมัยซิน

การป้องกัน ใช้วัคซีนเชื้อตาย ฉีดในไก่อายุ 8 -10 สัปดาห์และให้ซ้ำเมื่ออายุ 12 -15 สัปดาห์ ต้องมีระบบจัดการฟาร์มที่ดี การเลี้ยงไก่แบบเข้าหมดออกหมด จะช่วยลดปัญหาเรื่องตัวเก็บโรคในฟาร์มได้