เทคนิค การเพาะไก่ชน และการอนุบาลลูกไก่

เทคนิค การเพาะไก่ชน และการอนุบาลลูกไก่

การเพาะไก่ชน และการอนุบาลลูกไก่ชน เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผู้เพาะเลี้ยงไก่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการเพาะไก่หรือการผสมไก่ในกรณีที่มีพ่อไก่เก่งๆ เมื่อนำไปเป็นพ่อพันธุ์ก็อยากได้ลูกเยอะๆ แต่ก็กลัวพ่อไก่จะโทรมหรือขาอ่อน เพราะผสมกับตัวเมียหลายตัวหรือมากเกินไป พอถ่ายสมบูรณ์นำมาเลี้ยงเพื่อออกชนอีก กลัวไก่จะไม่เก่งเหมือนเดิม หลายท่านถามผมมาว่าจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร? คือ

การเพาะไก่ชน

– อยากได้ลูกไก่เยอะๆ จากหลายแม่

– แต่ไม่อยากให้พ่อพันธุ์โทรมจนหมดความเก่ง

เราลองมาดูวิธีการกันดีกว่าว่า เราจะมีวิธีจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการผสมพันธุ์ของไก่ ซึ่งผมเคยศึกษาจากตำราหลายเล่มทำให้รู้ว่าการผสมพันธุ์ของไก่นั้นมันผสมกันทีละฟอง คือ ในการผสมพันธุ์ของพ่อพันธุ์แต่ละครั้งมันจะมีเชื้อหรือตัวสเปิร์มหลายร้อยตัวฉีดเข้าไปในท่อรังไข่ของตัวเมีย แต่ยังไม่ผสมกับไข่อ่อนทั้งพวงของตัวเมีย แต่มันจะรอให้ไข่สุกหลุดจากพวงไข่ไหลลงมาตามท่อรังไข่ ตัวสเปิร์มทั้งหลายก็จะวิ่งเข้าหาฟองไข่ที่มีลักษณะนิ่มๆ สเปิร์มตัวใดแข็งแรง วิ่งไวกว่าตัวอื่นๆ พอถึงฟองไข่ก็จะเจาะเข้าไปในไข่แดง เปลือกไข่ที่นิ่มๆ ก็จะแข็งเป็นเปลือกไข่ และแม่ไก่ก็จะไข่ออกมา

ส่วนตัวสเปิร์มที่เหลือก็รอไข่ฟองต่อไป สำหรับเชื้อตัวสเปิร์มนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ในท่อรังไข่ได้ถึง 3 อาทิตย์

ในเรื่องนี้มีคนเลี้ยงไก่ได้ทำการ ทดลองแล้ว คือ ให้แม่ไก่ที่พร้อมจะให้ตัวผู้ทับ โดยบำรุงพ่อไก่ให้สมบูรณ์แล้วปล่อยให้ตัวผู้ทับตัวเมีย 1 ครั้ง แล้วจับตัวผู้แยก ปล่อยให้ตัวเมียอยู่ในกรงตัวเดียว

ต่อมาตัวเมียก็ไข่ 10 ฟอง แม่ไก่ก็กกไข่อยู่ 21 วัน ปรากฎว่าออกทั้ง 10 ฟอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ให้ตัวผู้ตัวใดทับอีก ซึ่งตามตำรานั้นเป็นเรื่องจริง

 

หากเรามีพ่อไก่เก่งๆ อยากได้ลูกของมันเยอะๆ ก็ไม่ยาก เพียงแต่ท่านเลี้ยงพ่อพันธุ์ของท่านให้สมบูรณ์แข็งแรง และทำกรงขังตัวเมียที่จะนำมาผสมกับพ่อไก่ตัวเก่งไว้กรงละตัว พอเห็นว่าตัวเมียมันร้องกุ๊กๆ ใกล้จะไข่ก็ปล่อยตัวผู้ทับตัวเมียสัก 5-10 นาที แล้วแยกออก

วันต่อไปก็นำไปผสมกับตัวเมียตัวที่ 2-3-4-5…ตามลำดับ โดยไม่ต้องให้พ่อไก่ทับตัวเมียเป็นครั้งที่ 2-3-4…รับรองว่าติดหมด

โดยวิธีดังกล่าวรับรองว่าพ่อพันธุ์หรือพ่อไก่ของท่านจะไม่โทรม ปีต่อไปนำมาฟิตซ้อมเล่นได้สบายมาก แต่ตัวท่านปล่อยให้พ่อพันธุ์ของท่านคุมตัวเมียเป็นฝูงๆ หรือจับพ่อไก่ขังกับตัวเมียในกรง 1-2 ตัว พ่อไก่มันก็จะทับตัวเมียวันละหลายครั้ง ทำให้น้ำเชื้ออ่อนแอ ไม่แข็งแรง พ่อไก่ก็จะโทรม และลูกไก่ที่ได้มักจะไม่แข็งแรง หากพ่อพันธุ์มีอายุหลายปียิ่งทำให้น้ำเชื้อไม่แข็งแรง ลูกไก่ที่ได้ก็มักจะไม่แข็งแรงตามไปด้วย

การอนุบาลไก่  หลายซุ้ม-หลายฟาร์มมีปัญหาลูกไก่ที่เพาะออกมาครอกๆ หนึ่ง 7-10 ตัว มักจะเหลือรอดโตไม่ถึงครึ่ง นอกนั้นจะหงอย, ซึม, ปีกรอม, ขี้จุกตูด และตายในที่สุด ทำให้ลูกไก่ที่เพาะได้แต่ละครอกเหลือไม่ถึงครึ่ง ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่คุ้มกับการลงทุน

หลายท่านถามผมว่าลูกไก่ของผมมีปัญหามั๊ย? ครอกหนึ่งเหลือกี่ตัว? ผมบอกไปว่าไก่ของผมฟักออกมา 10 ตัว ก็อยู่ครบ 10 ตัว เว้นแต่จะเจองูหรือแมวเอาไปกิน หลายคนไม่เชื่อ ไปเยี่ยมดูลูกไก่ถึงบ้าน พอมาเห็นลูกไก่ของผมแข็งแรงสมบูรณ์ดีก็สงสัย ทั้งๆ ที่บ้านของผมมีพื้นที่จำกัด

หลายท่านถามผมว่าทำวัคซีนหรือเปล่า? ผมก็บอกว่าทำบ้าง ไม่ได้ทำบ้าง มาระยะหลังๆ ไม่เห็นไก่มันเป็นอะไรก็เลยไม่ได้ทำ เขาก็ถามผมว่าผมใช้ยาอะไร? ผมก็บอกว่าใช้ยาที่ผมจำหน่ายอยู่ คือ

– สยามเอ็นโร-x ผสมน้ำให้ไก่กิน 3 วัน ติดต่อกัน และเว้นไป 7-10 วัน แล้วให้กินอีก 3 วัน ตั้งแต่แรกเกิดจนโต

– สยามไวตาเป็นวิตามินรวมหลายสิบตัว ผสมน้ำให้ไก่กินได้ทุกวัน

ที่จริงผมไม่อยากบอกชื่อยาเดี๋ยวจะหาว่าผมอยากขายยา หรือท่านอาจจะลองใช้ยาที่เขาโฆษณาขายอยู่ทำไปก่อน หากไม่ได้ผลแล้วค่อยลองมาใช้ยาของผมก็ได้

นอกจากยาดังกล่าวแล้วผมก็จะให้ลูกไก่กินหัวอาหารประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นก็ให้กินข้าวเปลือก เรื่องอาหารต้องเป็นอาหารที่ดี สะอาด ไม่ขึ้นรา หรือหมดอายุ มิฉะนั้นจะทำให้ไก่ท้องเสีย แล้วโรคต่างๆ ก็จะตามมา

สถานที่เลี้ยงลูกไก่ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ กลางคืนต้องคุมมุ้งให้ลูกไก่มิฉะนั้นจะถูกยุงกัดและกลายเป็นไก่ผอมแห้งเพราะเสียเลือดและเป็นฝีดาษได้

อาหารนอกจากข้าวหรือหัวอาหารแล้วต้องมีหญ้าหรือเศษผักให้ไก่กินด้วย อย่างที่บ้านผมไม่มีหญ้า ผมก็ไปเก็บเศษผักจากตลาดมาให้ไก่กิน แต่ก่อนจะนำไปให้ไก่กินต้องล้างน้ำให้สะอาด เพราะผักต่างๆ เหล่านั้นเขาพ่นยาฆ่าแมลงตลอดเวลา

ครับ…ปัญหาการดูแลหรืออนุบาลไก่ เจ้าของต้องดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารและความสะอาดของสถานที่

อนึ่งผมไม่นิยมนำเอาอาหารหมู อาหารหมา หรืออาหารไก่เนื้อ มาให้ไก่ที่ผมเลี้ยงกิน เพราะผมไม่ได้เลี้ยงไก่ชนของผมให้เป็นหมู เป็นหมา หรือเป็นไก่เนื้อ

แต่ผมจะเลี้ยงไก่ของผมเพื่อไว้ชน ดังนั้นผมจึงใช้หัวอาหารไก่ชนให้ลูกไก่ของผมกิน ท่านว่าจริงมั๊ยครับ?

หมายเหตุ…มีปัญหาคาใจเรื่องไก่ชนปรึกษา อ.วีระเดช พะเยาศิริพงศ์ ได้ที่ 237/3 ซอยราชวิถี 24 เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300