อาหารปลานิล และการจัดการระหว่างเลี้ยง

อาหารปลานิล แปลงเพศที่ใช้ เป็นอาหารเม็ดชนิดลอยน้ำ มีโปรตีนสูง เหมาะสมกับความต้องการของปลาแต่ละขนาด ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับการให้อาหารปลา ได้แก่

ระดับโปรตีนในอาหาร  ระดับโปรตีนที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลานิลแต่ละช่วงจะแตกต่างกัน ลูกปลาวัยอ่อนและลูกปลานิ้ว จะต้องการอาหารที่มีระดับโปรตีนประมาณ 32-40% แต่ในปลาใหญ่ ต้องการประมาณ 27-34%

เวลาในการให้อาหาร ปลานิลจะกินอาหารได้ดีในช่วงที่มีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำสูง ซึ่งปกติแล้วปริมาณออกซิเจนจะค่อยเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า และสูงในช่วงเย็น ดังนั้น จะต้องสังเกตการณ์กินอาหารของปลาว่า ช่วงไหน ปลากินอาหารได้ดีที่สุด ซึ่งมักพบว่า ปลาจะกินอาหารได้ดีในช่วงเย็นมากกว่าช่วงเข้า ถ้าอากาศร้อนหรือหนาวมากเกินไป ปลาจะไม่กินอาหารหรือกินอาหารได้น้อยลง จึงควรปรับปริมาณอาหารที่ให้และเวลาการให้อาหารใหม่ให้เหมาะสม หากอุณหภูมิร้อน หรือเย็นกว่าปกติ ควรปรับลดปริมาณอาหารที่ให้ลงจากเดิม เพื่อป้องกันอาหารเหลือ

ความถี่ในการให้อาหาร เนื่องจากปลานิลไม่มีกระเพาะอาหารจริง จึงสามารถรับอาหารได้ทีละน้อย และมีการย่อยอาหารค่อนข้างช้า การให้อาหารทีละมากๆ นอกจากจะเป็นการสูญเสียแล้ว ยังทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย ดังนั้น จึงควรให้อาหารทีละน้อยและบ่อยครั้ง ทั้งนี้ ความถี่ในการให้อาหารจะมากในปลาขนาดเล็ก และจะน้อยลงเมื่อปลาโตขึ้น

อาหารปลานิล

ปริมาณอาหารที่ให้ปลานิล จะขึ้นอยู่กับขนาดของปลาและอุณหภูมิของน้ำ อุณหภูมิของน้ำ 25-30 องศาเซลเซียส เป็ฯอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าสูงหรือต่ำกว่านี้ ปลาจะกินอาหารได้น้อยลง

คุณค่าทางโภชนะของอาหารสำเร็จรูปของปลานิล

ระยะการเลี้ยงโปรตีนไขมันกากแคลเซียมฟอสฟอรัส
ปลานิลหรือปลานิลแดงขนาดเล็ก32%4%2.2%1.3%0
ปลานิลหรือปลานิลแดงขนาดกลาง30%4%4%2.2%1.3%
ปลานิลหรือปลานิลแดงขนาดใหญ่26%4%5%2%1.5%

การจัดการระหว่างการเลี้ยงปลานิล

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมลูกปลานิลก่อนปล่อยลงกระชัง เทคนิคในการขนส่งลูกปลา และตัวอย่างการคำนวณประมาณลูกปลาที่ปล่อยลงกระชังแล้ว เรามาต่อด้วยการจัดการระหว่างการเลี้ยงว่า เราต้องเตรียมและดูแลอะไรเพิ่มเติมบ้าง

  • ควรตรวจสอบกระชังเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดที่อาจเกิดจากวัสดุที่ลอยมาตามน้ำหรือปลาธรรมชาติกัดกระชัง เช่น ปลาปักเป้า เป็นสาเหตุทำให้กระชังรั่ว
  • ต้องทำความสะอาดกระชังและตาข่ายที่กั้นอาหารอย่างสม่ำเสมอ หากมีการอุดตัน โดยการใช้แปรงถูเพื่อลดการสะสมของเสียในกระชัง รวมทั้งทำให้การไหลของน้ำผ่านกระชังได้ดีขึ้น
  • ตักเศษอาหารที่เหลือและอุจจาระของปลาออกนอกกระชัง เพื่อลดการสะสมของเสียในกระชัง
  • หากมีปลาตาย ควรรีบตักปลาขึ้นมา อย่าปล่อยไว้ เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่ปลาตัวอื่น
  • ควรสุ่มปลามาชั่งน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อประเมินน้ำหนักและปรับอัตราการให้อาหารตามน้ำหนักตัว
  • สังเกตพฤติกรรมการกินอาหาร หากปลากินอาหารลดลง ต้องรีบหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เป็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมหรือปลาเริ่มป่วย