คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา ที่เหมาะสม

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา ที่เหมาะสม
คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา ที่เหมาะสม

ทีพีไอ ไบโอ ไฮโดรโพนิกส์ สารปรับสภาพน้ำ / TPI Bio Hydroponics บรรจุกระปุก ขนาด 1 ลิตร

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือไม่มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ก็จะส่งผลต่อการเลี้ยง การเจริญเติบโต และอัตราการรอดของปลาได้

คุณภาพน้ำเลี้ยงปลา ที่เหมาะสม

  1. อุณหภูมิ 25 32 องศาเซลเซียส
  2. ความเป็นกรด – ด่าง (pH)5 -9
  3. ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำไม่น้อยกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร (ppm)
  4. ความขุ่นใสของน้ำ 30 -50 เซนติเมตร
  5. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้อยกว่า 60 มิลลิกรัม/ลิตร
  6. ก๊าซแอมโมเนีย น้อยกว่า 0.1 มิลลิกรัม/ลิตร
  7. ก๊าซไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) น้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร
  8. ความเป็นด่างและความกระด้าง 100 -300 (ppm) มิลลิกรัม/ลิตร

คุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสมมีผลต่อปลาคือ

  1. ความเป็นกรด – ด่าง (ค่า pH)
  • 4   ปลาจะตาย ,ไม่สืบพันธุ์
  • 5 – 6.5  ปลาไม่สืบพันธุ์
  • ค่า pH 6.5   เติบโตช้า
  • 6.5 – 9  ปลาเติบโตได้ดี
  •  4 9- 11  ปลาเติบโตช้า ,ไม่สืบพันธุ์
  • 11 ขึ้นไป   ปลาจะตาย
  1. ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ
  • น้อยกว่า 1 มิลลิกรัม/ลิตร อาจถึงตายถ้าเกิดเป็นเวลานานหลายๆชั่วโมง
  • 1-5 มิลลิกรัม/ลิตร ปลามีชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าเกิดอย่างต่อเนื่องปลาจะเจริญเติบโตช้า และไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ดี
  • มากกว่า 5 มิลลิกรัม/ลิตร   เหมาะสำหรับการเจริญเติบโต และขยายพันธุ์แต่ไม่เกินจุดอิ่มตัว
  1. ก๊าซแอมโมเนีย
  • ถ้าความเข้มข้นเกิน 2 มิลลิกรัม/ลิตร ปลาจะเบื่ออาหารและเคลื่อนไหวช้าลง
  • ความเข้มข้นเกิน5 มิลลิกรัม/ลิตร ปลาบางชนิดจะตาย
  1. ก๊าซไข่เน่า
  • ถ้าเกิน 1 ppm      ปลาจะมึนงงและตาย
  1. ความขุ่น
  • น้ำที่ขุ่นมากจะทำให้ปลาโตช้าและหายใจลำบาก

วิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำ

  1. เปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยเติมน้ำที่มีคุณภาพดีเข้าบ่อ
  2. ตีน้ำหรือพ่นน้ำเป็นฝอย หรือใช้เครื่องให้อากาศ เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ
  3. ใส่ปูนขาว เพื่อลดความเป็นกรดของความขุ่น และก๊าซไข่เน่า ในขนาด 50 ก.ก./ไร่
  4. ใส่เกลือแกงขนาด 200 – 250 ก.ก./ไร่ ทุก 1 -2 สัปดาห์ เพื่อลดก๊าซแอมโมเนียและก๊าซไข่เน่า
  5. ใส่ปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ 200 -250 ก.ก./ไร่ หรือปุ๋ยเคมีไม่เกิน 3 -5 ก.ก. /ไร่/เดือน เพื่อลดความขุ่นและเพิ่มอาหารธรรมชาติในบ่อ

การขนส่งลูกปลา

เลือกซื้อลูกปลาจากแหล่งพันธุ์ปลาที่เชื่อถือได้ และไม่ไกลจากบ่อปลามากนัก ลูกปลาที่นำมาปล่อย ควรจะเป็นปลานิ้ว เพื่อลดอัตราการสูญเสียของลูกปลา และให้ลูกปลาบอบช้ำน้อยที่สุดควรปฏิบัติดังนี้

  1. งดอาหารลูกปลาก่อนการขนส่งประมาณ 4 -6 ชั่วโมง
  2. ใส่เกลือแกงอัตราส่วน 100 กรัม/น้ำ 100 ลิตร เพื่อช่วยลดความเครียดของลูกปลา
  3. ควรขนส่งลูกปลาในช่วงที่อากาศเย็นสบาย เช่น ตอนเย็น กลางคืน หรือใช้รถปรับอากาศ ควรจัดการกับพาหนะที่ขนส่งลูกปลา ให้มีความร้อนต่อลูกปลาน้อยที่สุด เช่นการใช้แกลบ ขี้เลื่อย หรือ กระสอบป่าน รดน้ำให้ชุ่ม ปูพื้นรถก่อน และคลุมถุงปลาด้วยกระสอบเปียกหรือ ผักตบมากองทับบนถุงปลา
  4. ระยะเวลาในการขนส่งไม่ควรเกิน 8 -10 ชั่วโมง และควรหยุดพักเพื่อนำน้ำรดถุงบรรจุลูกปลาทุกๆ 2 ชั่วโมง