บทความแนะนำ

การเลี้ยงโคเนื้อ

การเลี้ยงโคเนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อ

2 กิโลกรัม KS เกลือแร่วัว เกลือแร่ก้อน สำหรับโค กระบือแพะ แกะ และสัตว์เท้ามีกีบทุกชนิด ก้อนสีแดง เหมาะกับตัวผู้

การเลี้ยงโคเนื้อ ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงและผลิตโคเนื้อมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการเลี้ยงโคในอดีตของบ้านเรายังต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยง พันธุกรรม  การจัดการฟาร์มให้มีมาตรฐาน เพื่อให้เราสามารถผลิตโคเนื้อให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นตามความต้องการของตลาดซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรเองด้วย

เนื่องจากโคพื้นเมืองของเรา เป็นโคขนาดเล็ก ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 350 ก.ก. ตัวเมีย 250 ก.ก. ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงให้โคพื้นเมองมีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้งานได้ดีโดยนำพ่อพันธุ์สายพันธุ์อื่น เช่น บราห์มัน  ชาร์โรเลส์  มาเริ่มผสมกับแม่โคพื้นเมือง ทำให้ได้โคที่โตได้ดีกว่าพันธุ์พื้นเมือง สามารถนำเลี้ยงเป็นโคเนื้อคุณภาพสูงเป็นที่นิยมของตลาด

การพิจารณาในการเลือกซื้อโคเนื้อมาเลี้ยง

  1. ซื้อจากฟาร์มที่ไม่มีโรคระบาดมาก่อน
  2. ดูใบประวัติโคตัวนั้นๆ ถ้ามี
  3. คัดเลือกโคที่มีรูปร่างลักษณะที่ดี
  4. มีการตรวจโรคแท้งติดต่อก่อนซื้อ

การเลี้ยงโคเนื้อ 4 ปัจจัยการนำโคมาขุน

พันธุ์โคเนื้อ

1.โคพื้นเมือง

ตลาดชั้นสูงไม่ต้องการเพราะซากเล็กไขมันแทรกน้อย หน้าตัดเนื้อสันเล็ก และค่านิยมของตลาดที่ถูกสร้างขึ้น  ตลาดชั้นกลาง ไม่ต้องการเพราะซากเล็ก  ตลาดพื้นบ้าน (วัวมัน) ชอบเพราะวัวพื้นเมืองอายุมาก มีมันหุ้มซากหนาและสีเหลือง และความเคยชินของตลาดพื้นบ้าน

2.โคที่มีเลือดบราห์มัน

ตลาดชั้นสูงไม่ต้องการเพราะไขมันแทรกน้อย  หน้าตัดเนื้อสันเล็กและค่านิยมของตลาดที่ถูกสร้างขึ้น

ตลาดพื้นบ้าน ตำหนิเรื่องกระดูกใหญ่

  1. โคที่มีเลือดชาร์โรเลส์

ตลาดพื้นบ้านตำหนิว่าไขมันหุ้มซากบางและไม่เป็นสีเหลือง

  1. โคที่มีเลือดขาว – ดำ ตลาดพื้นบ้าน ตำหนิว่าไขมันหุ้มซากไม่เป็นสีเหลืองและเนื้อเหลว

พอจะสรุปได้ว่า ถ้าจะเลี้ยงโคขุนเพื่อส่งตลาดชั้นสูงควรใช้โคลูกผสมชาร์โรเลส์ ถ้าจะเลี้ยงเพื่อส่งตลาดพื้นบ้าน และตลาดชั้นกลางควรใช้โคลูกผสมบราห์มัน

back to menu ↑

เพศ

  1. โครุ่นเพศผู้ไม่ตอนจะมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงกว่าโครุ่นเพศผู้ตอน ประมาณ 5 -10 % และมีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงกว่าประมาณ 3- 5 % ทั้งนี้เพราะฮอร์โมนจากลูกอัณฑะเป็นตัวเร่งการเจริญเติบโต
  2. โครุ่นเพศผู้ตอนจะมีไขมันแทรกดีกว่า อัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงกว่าโครุ่นเพศเมียประมาณ

10 -15 %  และมีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงกว่า  5 – 10 %

  1. โคเพศเมียมีคุณภาพซากและเปอร์เซนต์ซากต่ำกว่าโคเพศผู้เล็กน้อย แต่ราคาซื้อก่อนขุนจะแพงกว่า
  2. ตลาดเนื้อชั้นสูงในกรุงเทพ ฯ ต้องการเนื้อที่มีไขมันแทรก ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้โคเพศผู้ที่ไม่ตอนได้
  3. ตลาดเนื้อพื้นบ้านทั่วไปต้องการเนื้อที่มีไขมันหุ้มซากหนาๆ และไขมันมีสีเหลืองเข้ม จึงนิยมซื้อโคเพศผู้ตอนหรือโคเพศเมียที่มีอายุมาก ( เรียกว่า “วัวมัน” ) โดยให้ราคาสูงกว่าโคเพศผู้ไม่รตอน
  4. ตลาดเนื้อที่ใช้เนื้อสำหรับทำลูกชิ้นต้องการเนื้อที่ไม่มีมัน และสีเข้มจึงนิยมใช้โคเพศผู้ไม่ตอน
  5. การขุนโคเพศผู้ไม่ตอนแบบขังรวมกันคอกละหลายตัวจะมีปัญหาเรื่องการขวิดกัน
back to menu ↑

อายุโคเนื้อ

เราสามารถประเมินอายุโคที่นำมาเลี้ยง ได้จากการดูจำนวนฟันบริเวณฟันหน้าล่าง โดยฟันแท้ของโคจะมีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนม สำหรับโคที่ยังไม่มีฟันแท้ แสดงว่าอายุไม่เกิน 1 ปี และฟันแท้จะให้มา 1 คู่ต่อปี จนครบ 4 คู่ ดังนั้นหากโคมีฟันแท้ 1 คู่ แสดงว่าโคตัวนั้นอายุประมาณ 2 ปี หากมี 4 คู่เต็มแสดงว่ามีอายุอย่างน้อย 5 ปี เป็นต้น การเลือกซื้อโคตามอายุจะมีข้อควรคำนึงดังนี้

  1. ถ้าซื้อลูกโคมาขุน ควรจะเลือกลูกโคที่อ้วนแล้วมาขุน โดยปกติการหย่านมโคเนื้อจะมีค่ามาตรฐานอายุหย่านมที่ 205 วัน หรือมีน้ำหนักตัวประมาณ 210 กก. ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแม่โคและปริมาณน้ำนมที่แม่โคเนื้อผลิตได้ สำหรับลูกโคที่จะนำมาขุนควรจะหย่านมก่อนนำมาขุนอย่างน้อย 21 -45 วัน เพื่อให้ลูกโคได้ปรับตัวก่อนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้าย ทำวัคซีน ตัดเขา ตอน ฝังฮอร์โมนและถ่ายพยาธิเป็นต้น ถ้าจะเอาโคอายุมากมาขุน ควรเลือกโคที่มีโครงสร้างใหญ่ แต่อยู่ในสภาพผอมมาขุน
  2. ถ้าความต่างราคาระหว่างโคกอ่นขุนกับโคหลังขุนมีมากควรจะขุนโคใหญ่แต่ถ้าลูกโคก่อนขุนมีราคาสูงควรจะขุนตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อประหยัดเงินค่าตัวโคแต่หวังกำไรจากการเจริญเติบโต
  3. ถ้าความต่างระหว่างการเจริญเติบโตกับราคาโคหลังขุนมีมาก กล่าวคือ อาหารข้นมีราคาถูกควรขุนโคตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าอาหารข้นราคาแพงควรจะขุนโคใหญ่เพื่อละระยะเวลาขุน
  4. การขุนโคอายุน้อยต้องใช้เวลานานมากกว่าการขุนโคใหญ่

ระยะเวลาในการขุนโค

อายุโคระยะเวลาในการขุน (เดือน)
โคหย่านม10
1 ปี8
1.5 ปี6
2 ปี4
โคเต็มวัย3

ดังนั้นถ้าตลาดระยะสั้นดีหรือต้องการผลตอบเร็วก็ควรขุนโคใหญ่ แต่ถ้าตลาดระยะยาวดีหรือตลาดยังไม่แน่นอนควรขุนโคเล็ก เพื่อยืดเวลาและโคจะเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ส่วนโคใหญ่จะประวิงเวลาไม่ได้ เพราะระยะหลังๆของการขุนโคใหญ่จะโตช้ามาก

  1. โคเล็กต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูงและอาหารหยาบคุณภาพดี ดังนั้นถ้ามีหญ้า สด คุณภาพสูงก็จะสามารถขุนโคเล็กได้ แต่ถ้ามีฟางเพียงอย่างเดียวก็ควรขุนโคใหญ่
  2. ถ้าผู้เลี้ยงยังมีประสบการณ์น้อยก็ควรจะขุนโคใหญ่ เพราะโคใหญ่มีปัญหาในการเลี้ยงดูน้อยกว่าโคเล็ก
  3. ถ้าจะผลิตเนื้อโคขุนส่งตลาดชั้นสูง โคที่ขุนเสร็จแล้วไม่ควรจะมีอายุเกิน 3 ปี
  4. ถ้าจะผลิก “วัวมัน” ส่งตลาดธรรมดา ควรจะเลือกโคเต็มวัยมาขุนเพื่อจะได้มีไขมันมากและสีเหลือง
back to menu ↑

สภาพโคเนื้อ

โคที่อยู่ในลักษณะผอมเพราะขาดสารอาหารมาระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับแคระแกรนจะมีอัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารดีกว่าโคที่เคยได้รับอาหารสมบูรณ์มาตลอดเรียกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็ว ลักษณะนี้เรียกว่า การเติบโตชดเชย (Compensatory growth)

ดังนั้น การเลือกโคประเภทนี้มาขุนย่อมได้กำไรดี เพราะนอกจากมีการเติบโตชดเชยแล้ว ราคาโคก่อนขุน ก็ถูกด้วยเนื่องจากน้ำหนักน้อย การที่โคได้รับอาหารน้อยมาระยะหนึ่งนั้น ร่างกายจะไม่มีการสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นแต่โครงร่างหรือกระดูกยังคงเติบโตเรื่อยๆ แต่เมื่อได้รับอาหารดีภายหลังก็จะเพิ่มน้ำหนักตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการคัดเลือกซื้อโคที่มีสภาพผอม ควรพิจารณาว่าโคต้องไม่ป่วยหรือพิการ

โคพื้นเมือง มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำมากจน ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนขุน แต่ถ้าหากเป็นโคพื้นเมองที่มี ขนาดใหญ่แล้วแต่อยู่ในสภาพผอม (เช่นโคงาน) เมื่อนำมาขุนก็สามารถเพิ่มน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน และเป็นที่ต้องการของตลาด “วัวมัน”

การคัดเลือกโคจากลักษณะภายนอก

  1. เลือกโคที่มีกระดูกใหญ่ ซึ่งกระดูกที่สังเกตและเปรียบเทียบได้ง่ายที่สุดคือ กระดูกแข้ง อันที่จริงกระดูกมีราคาต่ำกว่าเนื้อมาก แต่จากผลงานวิจัยยืนยันว่าโคที่มีกระดูกใหญ่จะมีอัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภารพการใช้อาหารที่ดีกว่าโคกระดูกเล็กเมื่อขุนจนอ้วนแล้วพบว่า ขนาดของกระดูกมีความสันธ์ทางบวกกับปริมาณเนื้อ คือโคที่มีกระดูกใหญ่จะมีโครงร่างใหญ่และมีเนื้อมากด้วย เพราะกระดูกเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ การเพิ่มน้ำหนักของกระดูกเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์ แล้วจะน้อยมาก เมื่อเทียบกับการเพิ่มน้ำหนักเนื้อของโคที่กระดูกใหญ่นั้น
  2. ระยะห่างระหว่างกระดูกก้นกบ และระยะห่างระยะหว่างกระดูกเชิงกรานมาก ซึ่งแสดงว่าโคตัวนี้จะมีสะโพกหนา
  3. กระดูกก้นกบอยู่ห่างจากกระดูกเชิงกรานซึ่งแสดงว่าโคตัวนี้มีส่วนของสะโพกยาวจากข้อ 2 และ 3 ทำให้โคตัวนี้มีเนื้อส่วนท้ายมาก (ซึ่งมีราคาแพง)
  4. ส่วนของลำตัวยาว แต่ไม่ต้องลึกมากนัก เพราะครึ่งล่างของลำตัวโคจะมีเนื้อน้อยและราคาต่ำ
  5. ขาตรงตั้งฉากกับพื้น และอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกันพอสมควร