การทําปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง นอกจากเราจะได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีแล้ว เรายังสามารถใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ฟางข้าวหญ้า ซังข้าวโพด หรือเศษใบไม้ แทนที่เราจะเผาทิ้ง ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นควันทำลายสุขภาพเกิดฝุ่น PM 2.5  ที่เป็นปัญหาทุกปี ดังนั้นเพื่อการลดปัญหาเหล่านี้ วันนี้ เราจึงมาแนะนำการทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง เพื่อนำไปใช้ในการปลูกพืช เพื่อเป็นการลดต้นทุน ในการผลิตพืชผักหรือข้าวอินทรีย์ ที่เป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ประสงค์จะมีความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกทุกขั้นตอนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่มีความห่วงใยในสุขภาพของตนเองนั้น ตัดใจที่สำคัญที่สุดในการผลิตพืชผักหรือถ้าอินทรีย์ก็คือการผลิตและใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์แต่เนื่องจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์โดยวิธีปกติที่ทำกันมานานส่วนมากจะเป็นการทำแบบพลิกกลับกองซึ่งการพิกัดกองนั้นจะต้องใช้แรงงานและสิ้นเปลืองเวลาดังนั้นเกษตรกรจึงไม่ค่อยให้ความสนใจกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เท่าที่ควร

ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยแม่โจ้กินได้คิดค้นการทําปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง หรือที่เรียกว่าขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 วันนี้เลยอยากจะนำความรู้มาแนะนำเกษตรกรที่สนใจในการทำปุ๋ยอินทรีย์แบบง่ายๆนะครับ

การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง

[wpsm_toplist]

ขั้นตอน การทําปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 มีดังนี้นะครับ

ข้อที่ 1

นำฟางข้าวหรือเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4 ส่วนวางเป็นชั้นบางๆสูงไม่เกิน 10 เมตรนะครับฐานกว้างอยู่ที่ 2.5 เมตรวางเป็นชั้นบางๆแต่ไม่ต้องเหยียบจากนั้นโรยทับด้วยมูลสัตว์ 1 ส่วนแล้วรดน้ำทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆประมาณ 15 ถึง 17 ชั้นโดยแต่ละชั้นก็ให้รดน้ำให้มีความชื้นขึ้นกองไปเรื่อยๆเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงอยู่ที่ 1.5 เมตรสำหรับกองปุ๋ยเราสามารถที่จะทำยาวเท่าไหร่ก็ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเศษวัสดุที่เรามีในพื้นที่ นะครับ 

ข้อที่ 2

การรักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลาโดยมีค่าประมาณร้อยละ 60-70 มี 2 ขั้นตอนดังนี้นะครับขั้นตอนที่ 1 รดน้ำภายในกองปุ๋ยวันละครั้งโดยไม่ให้มีน้ำไหลนองออกมาจากกองปุ๋ยมากจนเกินไป ขั้นตอนที่ 2 เมื่อครบวันที่ 10 ให้ใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกจนถึงด้านล่างกองแล้วกรอกน้ำลงไประยะห่างของรูประมาณ 40 cm ทำขั้นตอนที่ 2 นี้ 5 ครั้งระยะเวลาห่างกัน 10 วันเมื่อเติมน้ำสำเร็จแล้วให้ปิดรูเพื่อไม่ให้สูญเสียความร้อนภายในกองปุ๋ยขั้นตอนนี้ แม้ว่าอยู่ในช่วงของฤดูฝนก็ต้องทำเพราะน้ำฝนไม่สามารถซึมเข้าไปในกองปุ๋ยได้

ภายในเวลา 5 วันแรก กองปุ๋ยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากบางครั้งสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับกองปุ๋ยที่ทำได้ถูกวิธี ที่อยู่ในมูลวัวหรือมูลสัตว์อยู่แล้วซึ่งความร้อนเหมาะสมกับการทำงานของจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยได้ดีหลังจากนั้นอุณหภูมิจะค่อยๆลดลงจนปกติพี่อายุประมาณ 60 วัน

ข้อที่ 3 

เมื่อกองปุ๋ยมีอายุครบ 60 วันแล้วก็จะหยุดให้ความชื้นของปุ๋ย จะมีความสูงลดลงเพียง 1 เมตรแล้วทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งเพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัวลงเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างพืชเวลาที่เรานำปุ๋ยไปใส่ต้นไม้พืชผักหรือว่าจะนำไปบดให้ละเอียดเพื่อบรรจุใส่กระสอบไว้จำหน่ายก็ได้

หัวใจสำคัญของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 นั่นก็คือ

ต้องรักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมเสมอตลอดเวลาทั้งภายในและภายนอกกองปุ๋ยด้วยวิธีการสอนขั้นตอนข้างต้น บริเวณใดที่แห้งเกินไปหรือใช้เกินไปจุลินทรีย์จะไม่สามารถย่อยสลายได้ทำให้วัสดุไม่ย่อยสลายกระบวนการอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนถึง 1 ปีก็ได้

ข้อห้ามของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1

 1 ห้ามขึ้นเหยียบกองปุ๋ยให้แน่นเหลือผ้าคลุมกองปุ๋ยเอาดินคลุมด้านบนกองปุ๋ย เพราะจะทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท

 2 ห้ามละเลยการดูแลความชื้นทั้ง 2 ขั้นตอนเพราะถ้ากองปุ๋ยแห้งเกินไปจะทำให้ระยะเวลาในการย่อยสลายนานและปุ๋ยอินทรีย์มีคุณภาพต่ำ

 3 ห้ามวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไปเพราะจะทำให้จุลินทรีย์ที่มีมูลสัตว์ไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเศษพืชได้

 4 ห้ามทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้เพราะความร้อนภายในกองปุ๋ยอาจทำให้ต้นไม้ตายได้

 5  ถามระบายความร้อนออกจากกองปุ๋ยเพราะความร้อนสูงในกองปุ๋ยจะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีมากขึ้นและยังช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศผ่านกองปุ๋ย 

เศษพืชทุกชนิดสามารถนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ได้เช่นฟางข้าวสั่งและเปลือกข้าวโพดผักตบชวา เศษผักตลาด และเศษใบไม้ทั้งสดและแห้งเดี๋ยวพบว่า ฟางข้าว ผักตบชวาและเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นเศษพืชที่ย่อยสลายได้ง่ายที่สุด ส่วนเมล็ดลำไยลิ้นจี่ก็สามารถนำมาทำได้เช่นกันแต่ต้องไปบดให้ละเอียดเสียก่อน

การผลิตปุ๋ยวิธีนี้จะช่วยลดการเผาฟางข้าวในนาได้โดยการไถกลบตอซังแล้วนำฟางข้าวกลับบริษัทเป็นกองปุ๋ยวิธีใหม่นี้ในนาใกล้แหล่งน้ำ เมื่อปุ๋ยอินทรีย์แห้งถึงฤดูกาลเพาะปลูกก็นำไปใช้ในอัตรา  500 ถึง 1000 กิโลกรัมต่อไร่แล้วไถกลบไปพร้อมกับการเตรียมดินได้เลยจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการขนวัสดุได้มาก

การทำกองปุ๋ยอินทรีย์ยาว 4 เมตร จะให้ปุ๋ย 1 ตัน ใช้มูลสัตว์ประมาณ 30 กระสอบ คิดเป็นต้นทุนในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตันละ 750 บาท ในขณะที่ราคาจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ในท้องตลาดอยู่ที่ประมาณตันละ 5,000 ถึง 7,000 บาท ดังนั้นวิธีนี้ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงรวมถึงการซื้อปุ๋ยอินทรีย์เมื่อเทียบกับการที่เราทำปุ๋ยเองก็สามารถลดต้นทุนลงไปได้เยอะ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *